แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การจัดฟัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การจัดฟัน แสดงบทความทั้งหมด

ระวังอย่าหลงเชื่อร้านค้าออนไลน์ “ติดเหล็กจัดฟันเอง” พังทั้งปาก

ขณะเดียวกันมีเพจร้านจำหน่ายลวดดัดฟันแฟชั่นในโซเซียลมีเดีย จำนวนหลายร้านในปัจจุบัน มีการโฆษณาชวนเชื่อว่า ลูกค้าสามารถซื้ออุปกรณ์ไปจัดฟันเองที่บ้านได้ โดยไม่ต้องพึ่งทันตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญอีกต่อไป และกล่าวอ้างว่าได้บอกข้อควรระวังแก่ลูกค้าทุกคนอย่างรอบคอบ

ทว่า ไม่มีใครทราบว่าหลังจากจัดฟันแฟชชั่นไปแล้วเวลาแรมปี จะต้องเดินเข้าคลินิก ทันตกรรมเพื่อพบทันตแพทย์ตัวจริง ให้ช่วยแก้สภาพฟันที่มีปัยหาจากการใส่ลวดจัดฟันแฟชชั่น
การที่จะจัดฟันด้วยตัวเอง  เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะทันตแพทย์จัดฟันต้องมีความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ของช่องปากและฟัน ซึ่งเป็นเรื่องของโครงสร้างในช่องปาก กระดูกขากรรไกรและฟัน ต้องรู้ว่าการเคลื่อนฟันโดยไม่ทำให้เกิดอันตรายจะทำได้อย่างไร ฯลฯ เนื่องจากสภาพความผิดปกติของการสบฟันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องใช้วิธีการและเครื่องมือจัดฟันที่แตกต่างกันออกไป ขณะที่ผู้รับจัดฟันแฟชชั่นไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย ต่อให้ใช้เครื่องมือจัดฟันที่ถูกต้อง ไม่มีสารพิษเจือปน มีการทำความสะอาดที่ถูกต้อง การติดตรงตำแหน่งที่ถูกต้อง และแม้ติดตรงตำแหน่งที่ถูกต้องก็ยังมีอันตรายจากกรดทาเนื้อฟันก่อนการติดเครื่องมือจัดฟันเข้ากับตัวฟัน ซึ่งต้องเป็นกรดที่สามารถใช้ในช่องปากได้โดยไม่มีอันตราย ต้องทานานแค่ไหนจึงจะไม่เกิดอันตราย กาวที่นำมาใช้ติด เพราะมีโอกาสเกิดอันตรายได้ทุกขั้นตอน โดยเฉพาะลวดและยางที่มาใช้เคลื่อนฟัน ลวดจะทำให้เกิดแรงที่ไม่เท่ากัน ต้องใช้ในขั้นตอนที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงยางด้วย ทุกอย่างทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เราไม่ต้องการและทำให้เกิดอันตรายในการเคลื่อนฟันได้ ซึ่งต้องรู้วิธีป้องกัน”
       รศ.(พิเศษ) ทพญ.สมใจอธิบายต่อว่า การนำโลหะ ลวด และยางสีๆ ไปติดกับฟัน จะทำให้เกิดแรงเคลื่อนฟันขึ้น แต่ถ้าไม่รู้หลักการควบคุมที่ถูกต้อง เราจะไม่รู้ว่าฟันจะเคลื่อนไปทางไหน ส่งผลให้เคลื่อนกระจัดกระจายอย่างไม่มีทิศทาง เหมือนภาพถ่ายฟันที่เกิดปัญหาหลังจากมีการจัดฟันแฟชชั่น ซึ่งถูกเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต  
อย่างไรก็ตามโรคพวกจะนี้ไม่เกิดขึ้นกับเพื่อนๆเลยถ้าเพื่อนๆไม่ไปคิดอยากจะ ตามแฟชั่น ด้วยการที่ไปซื้อ เหล็กจัดฟัน มาทำเองโดยที่ไม่ได้มาตรฐาน ผมเชื่อว่ายังมี แฟชั่น อีกหลายๆอย่างที่เพื่อนๆสามารถทำแล้วไม่ส่งผลอันตรายถึงแก่ชีวิต ของเพื่อนๆนะครับ ^^

อันตรายจากการดัดฟันแฟชั่น

อันตรายจากการดัดฟันแฟชั่น
การจัดฟันแฟชั่นไม่ใฃ่การรักษาทางทันตกรรม แต่เป็นเพียงการพยายามใส่เครื่องมือที่เลียนแบบการจัดฟันแบบติดแน่นที่ทันตแพทย์ใช้ในการรักษาผู้ป่วย โดยมีจุดประสงค์เพื่อความสวยงาม โก๋เก๋ ทันสมัย และที่สำคัญนั้นผู้ที่ให้บริการนั้นไม่ใช้ทันตแพทย์จึงทำให้เกิดผลเสียต่างๆ ตามมา
อันตรายของการดัดฟันแฟชั่น
จากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นของเด็กนักเรียนหญิง ม.5 จ.ขอนแก่น ที่มีข่าวเกี่ยวกับการดัดฟันแฟชั่นจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งอย่างน้อยก็เป็นอุทาหรณ์ให้กับวัยรุ่นทั้งหลายได้ตระหนักกันถึงอันตรายของความสวยงาม โก๋เก๋ที่อาจจะต้องแลกมาด้วยชีวิต

ดังนั้นทางด้าน ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล หัวหน้าภาควิชาทันตกรรมชุมชน คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปกติการจัดฟันจะเป็นการแก้ไขความผิดปกติของการเรียงตัวของฟัน เช่น ฟันซ้อนเก ฟันห่าง ฟันยื่น ฟันบนล่างไม่สบกัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการบดเคี้ยวอาหาร สุขภาพของฟัน รวมทั้งเนื้อเยื่อรอบๆ ฟัน และยังช่วยปรับให้รูปลักษณะใบหน้าและการยิ้มดูดีขึ้นผู้ให้การรักษาจะต้องเป็นทันตแพทย์เท่านั้น

อันตรายจากการดัดฟันแฟชั่น
การดัดฟันแฟชั่น แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1.ลวดร้อยลูกปัด เป็นการใช้ลวดเส้นเล็กๆ ร้อยลูกปัดสีต่างๆ มีวางจำหน่ายในตลาดนัดและแหล่งชุมชนต่างๆ ราคาเส้นละ 50-120 บาท เด็กและวัยรุ่นนิยมซื้อมาใช้เอง
2.การดัดฟันแฟชั่นแบบติดแน่น เป็นการเลียนแบบการจัดฟันของทันตแพทย์ให้เหมือนมากขึ้น โดยจะมีการติดเครื่องมือแบ๊กเกตเป็นโลหะรูปสี่เหลี่ยมที่มีร่องใส่ลวดจัดฟันและมีส่วนยื่นออกมาสำหรับคล้องยาง สามารถเลือกสีของยาง รูปร่างของยาง เช่น รูปดอกไม้ มิกกี้เม้าส์
3.การดัดฟันแฟชั่นแบบถอดได้ เป็นการใช้เครื่องมือคงสภาพฟันหรือรีเทนเนอร์ที่เหมือนกับทันตแพทย์ใช้ จะมีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกปิดอยู่ที่เพดาน หรือข้างลิ้น มีลวดลายคอยบังคับฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการมีการดัดแปลงเพิ่มแบ๊กเกตให้ติดอยู่บนลวด ขั้นตอนการทำจะต้องมีการพิมพ์ฟันสามารถเลือกสี ลายของแผ่น พลาสติก และลวดได้

1.อันตรายจากขั้นตอนการดัดฟัน เครื่องมือที่ใช้ เช่น ถาดพิมพ์ฟันใช้แล้วไม่ได้ล้าง หรือล้างแต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ ทำให้มีโอกาสที่จะได้รับเชื้อโรคที่มาจากน้ำลายของผู้ใช้บริการคนก่อน ผู้ทำไม่ได้สวมถุงมือ อาจติดโรคต่างๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี วัณโรค ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คอตีบ โปลิโอ
2.อันตรายจากวัสดุอุปกรณ์การดัดฟัน ลวดจัดฟันแฟชั่นที่ใช้คุณภาพต่ำมีสารปนเปื้อนที่เป็นโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว พลวง ซิลิเนียม โครเมียม และสารหนู หากสะสมในร่างกายมากๆ จะเป็นอันตรายต่อไตทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ ของเซลล์ตาย อาจทำให้เกิดมะเร็งได้การใช้ลวดที่เป็นสีเมื่อใส่ไว้ในปากสักระยะหนึ่ง มีการสัมผัสอาหารของเย็นของร้อนแล้วสีจางลงส่วนประกอบของสีจะเข้าสู่ร่างกาย ผ่านเข้ากระเพาะอาหารและดูดซึมไปสะสมไว้ในร่างกายเป็นการสะสมสารพิษไว้ในร่างกาย
3.อันตรายต่อสุขภาพฟันและเนื้อเยื่อในช่องปาก ซึ่งขั้นตอนการทำจะมีการใช้หัวกรอ กรอเอาเคลือบฟันที่ดีออกไปรวมทั้งใช้กรดกัดฟัน ซึ่งจะทำให้เคลื่อนฟันบางลง ทำให้ความแข็งแรงของฟันลดลง ทำให้เสียวฟันได้ง่าย
4.อันตรายจากการปรับแต่งลวด โดยผู้ที่ไม่มีความรู้จะทำให้เกิดแรงกดไปที่ตัวฟัน และทำฟันเคลื่อนไปจากเดิมทำให้มีอาการปวดฟันมากอาจทำให้ฟันซี่นั้นกลายเป็นฟันตายรากฟันละลาย อาจจะต้องถอนฟันซี่นั้นทิ้งไป เครื่องมืออาจหลุดลงคอหรือหลอดลม ทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้การใส่เครื่องมือจัดฟันแฟชั่นมักทำให้เกิดการบาดกระพุ้งแก้ม หรือเนื้อเยื่อในช่องปากกลายเป็นแผลเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเนื้อเยื่อในช่องปากอีกทั้งเครื่องมือที่ใส่ในปากจะขัดขวางการแปรงฟันและทำความสะอาดฟัน อาจทำให้ฟันผุ เหงือกอักเสบ บวมแดง มีกลิ่นปาก

สุดท้ายนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าวคงจะเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยวัยรุ่นทั้งหลายนะค่ะ และถ้าหากฟันไม่ได้มีปัญหาก็ไม่ควรไปจัดหรือดัดฟันแฟชั่น เพราะนอกจากจะเสียเงินโดยใช่เหตุแล้ว อาจได้รับอันตรายจากวัสดุจัดฟันที่ไม่ได้มาตรฐานถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทันตกรรมจัดฟันคืออะไร

ทันตกรรมจัดฟันคืออะไร

ทันตกรรมจัดฟัน คือ สาขาหนึ่งของทันตกรรมซึ่งจะเกี่ยวข้องกับกับการแก้ไขฟันและขากรรไกรที่อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ฟันยื่นและฟันที่ขบกันไม่พอดีจะทำให้ยากต่อการทำความสะอาดสุขภาพฟัน และมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียสุขภาพฟันก่อนวัยอันควรเนื่องมาจากฟันผุและโรคเหงือก นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการกดทับต่อกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยวซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อาการปวดที่ข้อต่อขากรรไกร คอ ไหล่ และหลังได้     ฟันที่ยื่นหรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมก็ยังทำลายบุคลิกภาพ และเป็นสาเหตุให้สุขภาพฟันเสียอีกด้วย

ประโยชน์ของการทำทันตกรรมจัดฟันนั้นรวมถึงสุขภาพฟันและปาก ที่แข็งแรงขึ้น ลักษณะบุคลิกภาพที่น่าพึงพอใจกว่าเดิม และสุขภาพฟันที่ดีสามารถจะคงทนไปตลอดชีวิต
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม ที่สามารถจะทำทันตกรรมจัดฟันได้ต้อง ใช้เวลา 2 ปี หรือมากกว่านั้นในการศึกษาในโปรแกรมที่ได้รับการรับรองจาก American Dental Association (ADA) นอกเหนือจากเวลา 4 ปีในโรงเรียนทันตแพทย์

เหตุผลที่เราต้องการทันตกรรมจัดฟัน
มีเพียงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านทันตกรรมในด้านการทำทันตกรรมจัดฟันเท่านั้นที่จะสามารถตัดสินได้ว่าคุณควรจะต้องรับการทำทันตกรรมจัดฟันหรือไม่ จากการวินิจฉัยด้วยประวัติการรักษาทางการแพทย์และทันตกรรม การตรวจใน คลินิกแบบพิมพ์ฟันของคุณ และภาพเอ็กซเรย์ของสุขภาพฟัน

คุณจะต้องรับการทำทันตกรรมจัดฟันหากคุณมีปัญหาต่อไปนี้
1. ฟันบนยื่น =ฟันบนยื่นออกมาข้างหน้ามากจนเกินไป
2. ฟันล่างยื่น=ฟันล่างยื่นออกมาข้างหน้ามากจนเกินไป
3. ฟันกัดคร่อม =ฟันบนไม่สามารถขบได้พอดีกับฟันล่าง มีลักษณะขบแบบไขว้
4. ฟันสบเปิด=เมื่อขบฟันแล้วมีช่องว่างเปิดระหว่างฟันบนกับฟันล่าง
5. ฟันกัดเบี้ยว=จุดศูนย์กลางของฟันบนไม่ตรงกับฟันล่าง
6. ฟันห่าง=มีช่องว่างระหว่างฟันที่เกิดจากฟันหลุดหรือฟันที่ขึ้นไม่เต็ม
7. ฟันซ้อน= ฟันที่ขึ้นมามากเกินไปจนเกทับกัน

การรักษาด้วยการทำทันตกรรมจัดฟันเป็นอย่างไร 
การรักษาด้วยการทำทันตกรรมจัดฟันมีหลายวิธีที่จะช่วยในการจัดฟัน จัดระเบียบกล้ามเนื้อและขากรรไกร โดยมีทั้งที่เป็นแบบติดถาวรและแบบถอดออกได้ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะทำการดัดฟันและขากรรไกรแบบนุ่มนวล ความรุนแรงของปัญหาของคุณจะเป็นตัวตัดสินว่าวิธีการทำทันตกรรมจัดฟันแบบใดที่จะมีประสิทธิภาพที่ดีต่อสุขภาพฟันมากที่สุด

พาลูกไปทำฟัน

พาลูกไปทำฟัน

       ปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครองหันมาสนใจดูแลสุขภาพฟันของเด็ก ๆ กันมากขึ้นมาก็จริงอยู่ แต่ยังพบว่ามีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่พาลูกไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสันนิษฐานว่าไม่ทราบว่าต้องพาลูกมาพบทันตแพทย์เมื่อใด ถ้าลูกไม่มีอาการปวดฟันจะมาพบทันตแพทย์ได้หรือไม่ และถ้าได้ ทันตแพทย์จะทำอะไรกับลูกของตน ประกอบกับข่าวที่เกิดขึ้นตามสื่อต่างๆในช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจที่จะพาลูกไปพบทันตแพทย์ เรามีคำแนะนำแก่คุณพ่อคุณแม่และท่านผู้ปกครองดังนี้

       โดยเริ่มต้นเลยคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นดูแลสุขภาพฟันเด็ก โดยการตรวจดูฟัน ตรวจดูสภาพช่องปากของเด็กอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกเริ่มขึ้นเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน และควรพาไปพบทันตแพทย์เมื่ออายุ 1 -2  ปี หรือเมื่อฟันน้ำนมขึ้นครบ 20 ซี่แล้ว แม้ว่าจะไม่มีอาการใด ๆ ก็ตาม เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับคลินิกทันตกรรม ซึ่งผู้ปกครองอาจอธิบายให้เด็กทราบถึงการมาทำฟันว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ฟันแข็งแรง ฟันไม่ผุ ไม่ปวดฟัน และควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่ฟังดูน่ากลัว เช่น เข็ม แทง ถอนฟัน เจ็บ เป็นต้น

การพาเด็กมาพบทันตแพทย์ที่คลินิกทันตกรรมครั้งแรก เด็กอาจจะร้องให้งอแง ไม่ให้ความร่วมมือ คุณพ่อ คุณแม่ไม่ควรตกใจ อาย หรือดุเพื่อให้เด็กเงียบ เพราะนั่นจะทำให้เด็กยิ่งเกลียดและกลัวการทำฟันมากขึ้น และรู้สึกว่าการทำฟันทำให้เขาถูกดุหรือถูกตี ทั้งนี้การทำฟันครั้งแรก ทันตแพทย์จะทำฟันง่ายๆที่ไม่มีความเจ็บปวด เช่น การขัดฟัน การเคลือบฟลูออไรด์การเอ็กซเรย์ฟัน เป็นต้น แล้วจึงนัดมาทำการรักษาที่ซับซ้อนในภายหลัง  ซึ่งการพาเด็กมาทำฟันในขณะที่เด็กไม่มีฟันผุเลย เด็กมักจะร่วมมือได้ดีและ เข้าใจเหตุผลได้ดีกว่า การพาเด็กมารักษาหลังจากที่มีอาการเกิดขึ้นแล้ว

 กรณีที่เด็กไม่ให้ความร่วมมือในระหว่างทำผูปกครองไม่ควรเข้าไปจัดการ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทันตแพทย์ การพูดสอดแทรกกับทันตแพทย์อาจทำให้เด็กสับสน การแสดงสีหน้าท่าทางลุกลนอาจทำให้เด็กเกิดความกังวลและไม่มั่นใจ จนไม่ยอมร่วมมือกับทันตแพทย์ การไม่เข้าไปในห้องทันตกรรมจะช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมร่วมมือในการทำฟันดีขึ้น

คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครองเมื่ออ่านบทความนี้แล้ว ควรที่จะตระหนักถึงการพาเด็กไปพบทันตแพทย์ เพื่อสร้างบรรยากาศความคุ้นเคย และเพื่อให้เด็กสามารถที่จะปรับตัว และให้ความร่วมมือกับทันตแพทย์ได้ดี ในการทำทันตกรรมต่าง ๆ เพื่อสุขภาพปากและฟันของเด็ก ๆ จะได้ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก หรือการขาดเรียนเพราะปวดฟัน จนคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองไม่เป็นอันทำงาน 

ปัญหาทางทันตกรรมมีอะไรบ้างที่วัยรุ่นควรจะรู้


สุขภาพฟันเบื้องต้น

     • การจัดฟัน - วัยรุ่น และวัยก่อนวัยรุ่นหลายๆ คนอาจต้องได้รับการจัดฟันเพื่อแก้ปัญหาฟันยื่นหรือฟันเก และขากรรไกรผิดปกติ ฟันที่ขบกันไม่พอดีจะยากต่อการทำความสะอาด ทำให้เกิดโอกาสหลุดก่อนวัยได้ง่ายขึ้น และเกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อที่ใช้บดเคี้ยวอาหาร ทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟันจะเป็นคนบอกว่าคุณต้องรับการจัดฟันหรือไม่ และการจัดฟันแบบใดที่เหมาะกับคุณ ถ้าคุณรับการจัดฟันอยู่ ต้องให้ความดูแลเป็นพิเศษในการรักษาความสะอาดของฟัน
     • ยางกัดฟัน - ถ้าคุณเล่นกีฬา ยางกัดฟันป็นอุปกรณ์สำคัญในปกป้องรอยยิ้มของคุณ อุปกรณ์ชนิดนี้จะคลุมฟันบน เพื่อให้สามารถปกป้องการแตกหักของฟัน การกัดริมฝีปาก และอันตรายอื่น ๆ ต่อปาก ถ้าคุณรับการทันตกรรมอยู่ หรือใส่อุปกรณ์ถาวรอื่นๆ ที่ขากรรไกรล่าง ทันตแพทย์จะแนะนำให้ใส่อุปกรณ์เพื่อปกป้องฟันเหล่านั้นเช่นกัน
     • โภชนาการ - โภชนาการมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพปากและสุขภาพฟัน แป้งและน้ำตาลในขนมและเครื่องดื่มหลายๆ ชนิดทำให้เกิดการก่อตัวของคราบแบคทีเรียซึ่งไปทำลายสารเคลือบฟัน ควรจำกัดการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีแป้งและน้ำตาล แต่ละครั้งที่เรารับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีแป้งและน้ำตาลฟันของเรา จะถูกทำลายโดยกรดเป็นเวลา 20 นาที การรับประทานอาหารที่ได้สัดส่วนทั้ง 5 หมู่จะเป็นผลดีต่อสุขภาพปากและฟันของคุณเป็นอย่างมาก สำหรับอาหารว่าง ควรรับประทานอาหารจำพวกเนยแข็ง ผักสด โยเกิร์ต หรือผลไม้
     • การสูบบุหรี่ - ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่หรือเคี้ยวใบยาสูบก็ไม่ควรจะเริ่ม นอกเหนือจากปัญหาสุขภาพแล้ว การสูบบุหรี่จะทำให้เกิดคราบบนฟันและเหงือก และกลิ่นปาก ในระยะยาว การเคี้ยวใบยาสูบ การสูบบุหรี่หรือซิการ์จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อมะเร็งปากและเหงือก ถ้าคุณสูบบุหรี่อยู่ ควรแจ้งให้ทันตแพทย์และแพทย์ของคุณทราบ รวมทั้งแจ้งทุก ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับช่องปากของคุณด้วย
     • การเจาะในช่องปาก - แม้ว่าจะเป็นที่นิยมก็ตาม การเจาะในช่องปากสามารถก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ เข่น การติดเชื้อ เลือดออกที่ไม่สามารถควบคุมได้ และเส้นประสาทถูกทำลาย คุณอาจสำลักจากการที่สิ่งเหล่านั้นหลุดไปติดในลำคอ หรือไปกระทบทำให้ฟันแตกและทำลายเหงือก ถ้าคุณกำลังคิดจะเจาะ ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง
     • ความผิดปกติในการรับประทาน - ทั้งบูลิเมีย (การรับประทานและอาเจียน) และอโนเร็กเซีย (ความกลัวน้ำหนักเพิ่ม ซึ่งมักจะส่งให้เกิดการอาเจียน) เป็นความผิดปกติที่ร้ายแรง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อลักษณะของฟัน โดยจะทำลายสารเคลือบฟัน แม้ว่าทันตแพทย์จะสามารถรักษาสารเคลือบฟันที่ถูกทำลายไปได้ แต่ทันตแพทย์ไม่สามารถรักษาปัญหาเรื่องการรับประทานซึ่งอาจเป็นอันตรายถึง ชีวิต โดยอาการเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการแก้ปัญหาทางจิตเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตน เอง และการควบคุมตนเอง ถ้าคุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวการรับประทาน หรือคิดว่าจะมี ควรปรึกษาแพทย์
     ปัญหาทางทันตกรรมสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดระยะเวลาของการเป็นวัยรุ่น การเรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาเหล่านั้นจะทำให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและถูกต้อง






ปัญหา “ฟันซ้อนเก” จำเป็นหรือไม่ที่ต้องดัดฟันเพื่อช่วยให้ฟันเรียงตัวสวย

ปัญหา “ฟันซ้อนเก” จำเป็นหรือไม่ที่ต้องดัดฟันเพื่อช่วยให้ฟันเรียงตัวสวย

ปัญหาฟันซ้อนเก เป็นปัญหาที่หนักอกหนักใจสำหรับหลาย ๆ คนอยู่ใช่ไหมละ ซึ่งลักษณะของฟันที่ซ้อนเกของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป อาจมีทั้งลักษณะเป็นฟันซ้อนกัน ฟันยื่น ฟันเอียง  ทำให้เวลายิ้มออกมาแล้วไม่สวย เกิดความไม่มั่นใจ และยากต่อการทำความสะอาด
บ่งบอกได้เลยว่าปัญหาฟันเกนั้น ส่งผลต่าง ๆ ให้เราเยอะแยะมากมาย ปัญหาเลือดออกตามไรฟันปัญหากลิ่นปาก  การทำทันตกรรมจัดฟันสามารถแก้ไขปัญหาฟันเกได้ มาถึงตรงนี้หลายคนคงกำลังสงสัยว่าการจัดฟันช่วยปัญหาฟันเกได้อย่างไร ดังนั้นวันนี้เราจะมาอธิบายประโยชน์ของการ จัดฟัน สำหรับคนที่มีปัญหาฟันเก กันนะคะแต่ก่อนอื่นเรามาดูกันซิคะว่าฟันเกเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง

1. พันธุกรรม โดยปกติ หากพ่อแม่มีฟันเกลูกมักจะมีฟันเกด้วย ซึ่งก็ไม่เสมอไปเพียงแต่ว่าหากพ่อแม่มีประวัติฟันซ้อนเกมาก ๆ ก็อาจจะถ่ายถอดมาสู่ลูกได้ ซึ่งหลายท่านอาจจะเคยเห็นลูกที่มีโครงสร้างลักษณะฟันคล้ายพ่อแม่ เป็นต้น
2. โครงสร้างของใบหน้าไม่สมดุล มีความสัมพันธ์ระหว่างขากรรไกรบน กับขากรรไกรล่าง เช่น อาจจะมีอาการฟันล่างครอบฟันบนเป็นต้น 
3. ขนาดของฟันใหญ่เกินไปทำให้การเรียงตัวของฟันในขากรรไกรนั้นทำได้ไม่เป็นระเบียบทำให้ เกิดการซ้อนเก เพราะฟันที่ขึ้นนั้นอาจจะไม่มีพื้นที่บนเหงือกในการขึ้นทำให้มันพยายามเรียงตัวบิดไปมาเพื่อขึ้นได้ทุกซี่ ซึ่งอาจจะต้องแก้ไขโดยการจัดฟันและถอนฟันบางซี่ออกไป
4. ฟันมีขนาดเล็กเดินไปจึงทำให้เกิดฟันห่าง หรือบางครั้งฟันห่างอาจจะเกิดจากการที่ฟันขึ้นไม่ครบก็ได้
5. ฟันขึ้นสลับตำแหน่งกันบนเหงือกซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานนั้นลดลง
6. ขนาดของลิ้นใหญ่มากกว่าปกติ ทำให้ลิ้นดันฟันห่างออกไปมากกว่าปกติ
7. สภาพของกล้ามเนื้อมีแรงเกิดขึ้นขณะพูด กลืน เคี้ยว ทำให้ฟันถูกผลักดันออกไปจากตำแหน่งปกติได้
8. ฟันหน้าห่าง เนื่องจากเยื่อที่ยึดระหว่างฟันหน้าบน 2 ซี่ เกาะต่ำกว่าปกติ
9. ฟันเก อาจพบในคนที่มีความผิดปกติของช่องปาก เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่
10. สาเหตุจากสิ่งแวดล้อมเช่น อุบัติเหตุต่างๆ หรือการจัดฟันแฟชันแล้วนแต่ทำให้เกิดฟันซ้อนเกได้ทั้งนั้น
11. ฟันน้ำนมนั่นหลุดไปเร็วกว่าปกติ จะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากเนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ทราบถึงข้อเสียของการที่ฟันน้ำนมหลุดออกเร็ว 
12. ฟันน้ำนมค้างอยู่ในปากมากเกินไป และเมื่อฟันแท้ขึ้นมาจึงทำให้ฟันแท้เกิดซ้อน เมื่อฟันน้ำนมหลุดไปจึงทำให้ฟันนั้นมีลักษณะที่เก
13. ฟันเกที่เกิดจากสุขนิสัยบางอย่างเป็นระยะเวลานานเกินไป เช่น การดูดนิ้ว การกลืนที่ผิดปกติ
การรักษาอาการฟันเกด้วยการทำทันตกรรมจัดฟันควรทำในช่วงอายุ 9-14 ปี เพราะเป็นระยะที่เหมาะสม เนื่องจากกำลังอยู่ในระหว่างการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกร การจัดฟันนั้นจะสามารถจัดฟันได้เร็วและฟันจะเข้าที่ ๆ ต้องการได้ง่ายกว่าที่จะจัดหลังจากกระดูกขากรรไกรและฟันเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

ส่วนการป้องกัน การป้องกันจากสาเหตุทางกรรมพันธุ์นั้นป้องกันไม่ได้ แต่ฟันเกที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมจะป้องกันได้ผู้ปกครองมีส่วนช่วยได้อย่างมาก โดยช่วยดูแลสุขภาพของฟันเด็ก อย่าให้ฟันถูกถอนไปก่อนกำหนดและควรสนใจหาความรู้ในการป้องกันโรคฟัน หากคุณกำลังเป็นคนที่มีปัญหาฟันเกและคิดว่าปัญหาฟันเกจะทำให้คุณหมดความมั่นใจ ผมขอแนะนำว่าการจัดฟันเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่คุณควรมองหาเลยนะ เพราะว่าการรักษานั้นจะช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้ในระยะยาว ถึงแม้ค่าใช้จ่ายจะดูสูงไปนิดหน่อยแต่รับรองได้เลยว่าผลประโยชน์ที่ได้จากการจัดฟันเพียงครั้งเดียวจะคุ้มค่าแก่เงินทุกบาทที่คุณเสียไปในค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน

เครื่องมือการดัดฟันสำหรับเด็กอายุ 8-10 ปี

เครื่องมือการดัดฟันสำหรับเด็กอายุ 8-10 ปี


เครื่องมือการดัดฟันแบบถอนได้

วันนี้เราก็จะพาไปดูตัวอย่างการใช้เครื่องมือจัดฟันชนิดถอดได้ มีดังนี้

เป็นเครื่องมือจัดฟันจะใช้ได้ผลดีมากกับผู้ป่วยที่มีอายุระหว่าง 8-10 ปี ในการควบคุมการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรและเพื่อทำให้มีการเจริญเติบโตของกระดูกที่ดีเพื่อรองรับฟันที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกต่อไป
เครื่องมือที่ใช้กระตุ้นเพื่อการจัดฟันแอกติเวเตอร์ KI II 1 ควรใช้กับภาวะคางยุบ (= 70% ของภาวะขากรรไกรผิดปกติ) เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรล่าง

เครื่องมือการดัดฟันสำหรับเด็กอายุ 8-10 ปี

เครื่องมือการใช้กระตุ้นเพื่อการจัดฟันแอกติเวเตอร์ KI II2 เป็นเครื่องใช้กระตุ้นโดยใช้แรงจากกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้อประสาท โดยใช้ในภาวะฟันสบเหลื่อมชนิด Class II Division II Overbite เพื่อช่วยยกฟันสบลึกมาก ช่วยขยายฟันซ้อนเก แก้ไขฟันหน้าบนที่งุ้มลงมากเกินไป และเพื่อช่วยจัดฟันให้สบได้ปกติ


เครื่องมือที่ใช้ในการกระตุ้นเพื่อจัดฟันโดย Prof. Sander ซึ่งจะใช้กระตุ้นการเจริญเติบโตในภาวะคางยุบและในกรณีกระดูก ขากรรไกรเล็กเกินไป


เครื่องมือที่ใช้ในการกระตุ้นเพื่อจัดฟันโดย Bertoni ซึ่งจะใช้ในภาวะฟันสบเหลื่อมชนิด Class II Division II Overbite และในภาวะคางหลุบที่มีกระดูกขากรรไกรเล็ก เป็นเครื่องมือจัดฟันที่ใช้ได้หลายทางในภาวะฟันสบเหลื่อมชนิดดังกล่าวข้างต้นและภาวะกระดูกขากรรไกรเล็กผิดปกติ


เครื่องมือการจัดฟันแบบช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของขากรรไกรบนในภาวะคางยื่นโดย Dr. Polzar สืบเนื่องจากส่วนโค้งตามด้านริมฝีปากของแผ่นจัดฟันบนขากรรไกรบนอยู่ใกล้ฟันหน้าล่างมากกว่า จึงทำให้เกิดแรงกระตุ้นการเจริญเติบโตของขากรรไกรบนได้ดี นอกจากนั้นแล้วแผ่นเครื่องมือจัดฟันชนิดนี้ยังใส่ได้สะดวกสบายไม่รบกวนและไม่หักชำรุดง่าย


แผ่นดัดฟันหน้าแบบมีสกรูยึดฟันแต่ละซี่ จะเป็นแผ่นเครื่องมือดัดฟันที่ใช้เป็นขั้นแรกในภาวะสบฟัน ฟันหน้าไขว้ ภาวะคางยื่นที่ฟันหน้าสบไขว้ผิดปกติ บ่อยครั้งที่ใช้ในเด็กตั้งแต่อายุ 8 ปี เพื่อเป็นการรักษาเริ่มแรก


แผ่นจัดเคลื่อนฟันไปด้านไกลกลาง เพื่อที่จะให้เคลื่นฟันกรามซี่สุดท้ายไปด้านหลัง เพื่อทำที่ว่างไว้ให้หน่อฟันที่ยังฝังตัวอยู่ใต้ฟันน้ำนมให้มีพื้นที่อย่างเพียงพอ บ่อยครั้งการใช้เครื่องมือจัดฟันชนิดนี้พร้อมกับความร่วมมือที่ดีของผู้ป่วยทำให้ไม่ต้องถอนฟันออก ซึ่งตามธรรมดาหากไม่มีพื้นที่เพียงพอจำเป็นต้องถอนฟันออกเสีย


เครื่องมือการจัดฟันชนิดเป็นคู่ใช้ในการจัดกระดูกขากรรไกรล่าง ในแนวซ้ายขวา สวมใส่สบายไม่รบกวนในขณะพูดเหมาะสำหรับการใช้ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาเมื่ออายุมากแล้ว


แผงลวดยึดคงสภาพฟัน จะใช้แทนเครื่องมือชนิด เพื่อยึดคงสภาพฟันที่จัดด้วยแผ่นจัดเคลื่อนฟันไปด้านไกลกลางแล้ว เพื่อป้องกันฟันที่เคลื่อนไปด้านหลังแล้วไม่ให้เคลื่อนกลับตำแหน่งเดิมอีกทั้งยังใช้เป็นเครื่องมือครอบฟันเพื่อรักษาช่องว่างให้คงไว้ได้อีกด้วย


แผ่นขยายขากรรไกรแนวขวาง จะใช้กระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรและส่วนโค้งของขากรรไกร


แผ่นรีเทนเนอร์ เป็นแผ่นเพื่อช่วยยึดคงสภาพฟันที่จัดเข้ารูปเป็นผลสำเร็จแล้ว และเพื่อป้องกันไม่ให้ฟันเคลื่อนตัวกลับตำแหน่งเดิมก่อนได้รับการรักษา


แผงรีเทนเนอร์ จะใช้หลังจากการรักษาการจัดฟันและใส่แผ่นรีเทนเนอร์ เมื่อฟันสบได้ปกติแล้ว