แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคเหงือก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคเหงือก แสดงบทความทั้งหมด

อาหาร เสริม สุขภาพฟัน

                          อาหาร เสริม สุขภาพฟัน


ถ้าพูดถึงเรื่องของอาหาร และสุขภาพช่องปาก เป็นเรื่องที่สัมพันธ์กัน เพราะการผ่านอาหารเข้าสู่ร่างกาย อันดับแรก คือ ผ่านจากช่องปาก และเป็นการย่อยอาหารในชั้นแรกๆ ด้วย หากการย่อยเป็นไปอย่างไม่สมบูรณ์ ย่อมเกิดผลเสียต่อร่างกายแน่นอน

ฟัน ถือว่าเป็นอวัยวะ ที่แข็งแกร่งที่สุดของร่างกาย แต่ก็ยังเกิดการผุกร่อน เสื่อมไปตามสภาพได้ เพราะการกินอาหารไม่ถูกต้อง ไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เมื่อฟันซึ่งเป็นส่วนที่แข็งแรง แต่ก็ยังเสื่อมโทรม ส่วนต่างๆ ของร่างกายที่อ่อนแอกว่า ก็จะต้องเสื่อมโทรมไปได้ด้วยเช่นกัน การที่ฟันเสีย หรือเหงือกบวมนั้น ต้องใช้เวลานานกว่าจะแสดงอาการ แต่ถ้าเรากินอาหารให้ถูกต้อง และดูแลสุขภาพฟันให้ดี ตั้งแต่เริ่มแรก และเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ เราก็ไม่ต้องเสียเวลาทำฟัน รักษาฟัน รักษาเหงือกที่แสนจะแพง

สิ่งที่จะมาเสริมสร้างความแข็งแรงของฟันได้ นอกจากจะต้องดูแลรักษาให้ถูกต้องแล้ว ยังจะต้องรู้จักการกินอาหารอีกด้วย สารอาหารประเภทแคลเซียมและฟอสฟอรัส รวมทั้งวิตามินด้วย ทั้งหมดนี้จะเป็นตัวประกอบให้ฟันเราแข็งแรง และถ้ากินอาหารที่ให้สารอาหารประเภทนี้ไม่พอ ฟันเราก็จะเสียง่าย

โดยปกติแล้ว ถ้าเรากินอาหารครบ 5 หมู่ เราก็จะได้ฟอสฟอรัสเพียงพอ จากการกินอาหาร แต่ปัญหาอยู่ที่แคลเซียม ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ ไม่ได้มีแคลเซียมเสมอไป ร่างกายเราจึงมักขาด โดยเฉพาะเด็กนั้นต้องการมากเป็น 2 เท่าของผู้ใหญ่

อาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมมาก ก็คือ น้ำนม เนยแข็ง รองลงมาก็ได้แก่ ผักประเภทกะหล่ำดอก มะเขือเทศ ฟักทอง ผักโขม ตำลึง ใบมะกรูด ใบกระเพาขาว ใบแค ใบบัวบก ใบยอ ใบชะพลู ใบแมงลัก ผักกาดขาว ไข่แดง ปลา ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งกระดูก กุ้งแห้ง อาหารที่พอจะมีแคลเซียมอยู่บ้างก็เช่น สับปะรด เชอร์รี่ องุ่นแห้ง เห็ด กล้วย ถั่วฝักยาว ถั่วเมล็ดแห้ง งา ปลาร้า

มีแพทย์หรือหมอฟันหลายราย มักพูดกันเสมอว่า การรักษาโรคฟันนั้น รักษาง่ายกว่าโรคเหงือก เพราะเหงือกเป็นอวัยวะที่ละเอียดอ่อน มีหน้าที่หุ้มรากฟัน การที่เหงือกจะสวยไม่คล้ำหรือซีด อาหารแต่ละวันควรกินผลไม้สด ผักสด ซึ่งหากินได้ไม่ยากในบ้านเรา เช่น ส้มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส้มเขียวหวาน ส้มเช้ง ส้มจุก ส้มโอ ประเภทอื่นก็เช่น มะนาว มะเขือเทศ มะละกอ ฝรั่ง สับปะรด กระหล่ำปลี แต่วิตามินซีจะถูกทำลายได้ง่าย และจะสูญเสียไป เมื่อปรุงเป็นอาหาร หรือแม้แต่การหั่นซอย และการทิ้งไว้ให้เหี่ยว มันก็จะสูญไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องเลือกกินอาหารที่สดใหม่ ถ้าซอยหรือหั่นแล้วแช่น้ำ วิตามินซีก็จะสูญสลายไปด้วย

ดังนั้นเราควรเริ่มดูแลฟัน และเหงือกเสียแต่วันนี้ เพราะเราต้องใช้ฟันขบเคี้ยวอาหารตลอดเวลา หากฟันและเหงือก ไม่สมบูรณ์แข็งแรง เราอาจจะต้องเสียค่ารักษา ที่แพงมากกว่าอาหารแต่ละมื้อ และทุกข์ทรมานด้วย

อาหารเพื่อสุขภาพฟัน


อาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกายของเรา แต่ถ้ามองกลับกันอีกด้านหนึ่งการกินไม่เลือก ไม่ระมัดระวังก็มีโทษสำหรับร่างกายเช่นกัน ตอนนี้เรารณรงค์ในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพฟัน อาหารที่รับประทานแล้วน้ำหนักไม่เพิ่ม ไม่อ้วน อาหารที่กินแล้วไม่ก่อให้เกิดโรค เช่น ไขมันอุดตันในเลือด โรคหัวใจ ทางทันตกรรมก็เช่นกัน เราให้ความสำคัญในเรื่องอาหารอย่างมากในการป้องกันโรคฟันผุ โรคเหงือก
เมื่อเราทานอาหารเข้าไปแล้ว แบคทีเรียซึ่งอยู่ในรูปของแผ่นบางๆ เหนียว ที่เรียกว่า Plaque (แผ่นคราบ) จะเปลี่ยนอาหารเหล่านั้นให้เป็นกรดทำลายฟันและเหงือกแบคทีเรียเหล่านี้ชอบ อาหารหวาน อาหารที่เป็นแป้งมาก หลังรับประทานอาหารหากยังไม่แปรงฟันทันที แบคทีเรียเหล่านี้ก็ทำหน้าที่สร้างกรดไปเรื่อยๆ ดังนั้นยิ่งรับประทานอาหารบ่อยๆ 3 มื้อหลักแล้วยังมีแทรกระหว่างมื้อ อาหารก็สัมผัสกับฟันมากขึ้นโอกาสที่ฟันและเหงือกก็ถูกทำลายมากขึ้น อะไรบ้างที่ ควร หรือไม่ควรกินในการดูแลรักษาสุขภาพฟัน
ดังนั้นเราควรรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ เพื่อทำให้เกิดความสมดุลในร่างกาย
- ขนมปัง ข้าว Cerealอาหารที่มีกากใย
- ผลไม้
- ผัก
- เนื้อปลา ถั่ว
- นม ชีส โยเกิร์ต
ถ้าหากจะทานอาหารว่างเพื่อลดความอ้วนแล้วละก็ควรงดทานอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล ให้ทานหันไปรับประทานผัก ผลไม้แทนจะดีกว่า เพราะถ้ากินแล้วไม่ได้ออกกำลังกาย เช่น ไม่ได้เดิน นั่งอยู่เฉยๆ ก็จะยิ่งทำให้เราอ้วนมากกว่าเดิมอีก ถึงแม้ว่าจะกินผั ผลไม้ หรือแม้แต่จะกินอาหารที่ไม่มีคลอเรสเตอรอลน้อยก็ตาม คนเราต้องแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันที่ มีฟลูออไรด์เพื่อจะได้เพิ่มความขาวให้กับฟันเองเราด้วย แต่ถ้าใช้มากเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพฟันของเรานะค่ะ เพราะฉะนั้นควรใช้อย่างในปริมาณที่พอดีกับความต้องการของฟัน หรือควรทำความสะอาดตามซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน Dental Floss ทุกซอกทุกมุมเพื่อที่จะไม่ทำให้ฟันของเราเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ ในโลกนี้มีวิธีการดูแลฟัน ได้หลายวิธี แล้วแต่ว่าแต่ละคนจะดูแลรักษาฟันกันด้วยวิธีไหนกันบ้างก็เท่านั้นเอง และควรไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อให้ฟันของเราไม่มีปัญหาในเรื่องของช่องปากและอื่นๆ อีกมากมายที่จะตามมาถ้าเราไม่รู้จักป้องกันตั้งแรกที่พบว่าเริ่มมีปัญหาใน เรื่องสุขภาพฟัน  อย่าง เช่น ในวันหนึ่งดิฉันปวดฟันมากเลย บางวันก็ปวดแบบแรงบางวันก็ปวดไม่ค่อยแรง มันจะปวดเป็นบางวันเท่านั้นแหละค่ะ พอวันต่อมาก็หายปวด วันต่อมาก็ปวดอีกจะเป็นแบบนี้ตลอดระยะเวลาที่ 3 ปี ที่ดิฉันปวดมา หลังจากนั้นฟันซี่ที่ปวดนั้น เศษอาหารก็เข้าไปติดอยู่ทำให้ปวดมากขึ้นกว่าเดิมอีก  แต่ก็ต้องทันปวดอยู่แบบนั้น สุดท้ายดิฉันเลยตัดสินใจไปถอนฟันหลังจากที่ฟันหายปวดแล้ว ผลปรากฏว่าจากการที่เราถอนฟันซี่ที่ปวดออกไปแล้วนั้นดิฉันหายปวดฟันเลยค่ะ นี้แหละถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่กลัวการถอนฟัน กลัวเข็ม ก็จะปวดฟันอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเราตัดปัญหาตั้งแต่ต้นตอแล้วมันก็จะไม่ได้ปวดนาน เหมือนดิฉันนะค่ะ เพราะฉะนั้นเราจึงควรรีบรักษาฟันอย่างเร่งด่วนนะค่ะ จะได้ไม่ปวดฟันนานเหมือนดิฉัน

ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรให้น้ำตาลสัมผัสฟันนานๆ 
- ลดการอมลูกอม
- ขนมกรอบๆ เหนียวๆ ติดฟัน
- น้ำอัดลม (Soft drink) ในหนึ่งกระป๋องจะมีน้ำตาลเยอะมากเป็นบางยี่ห้อมีน้ำตาล 11 ช้อนกาแฟ ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม อย่าดื่มน้ำอัดลมทุกมื้ออาหาร
- ไม่สูบบุหรี่ เพราะมีผลต่อ
- ฟันเปลี่ยนสี
- เสี่ยงต่อโรคเหงือก
- เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในช่องปาก ลำคอ 

สรุป การเลือกรับประทานอาหารอย่างชาญฉลาดไม่ใช่จะไม่กินพวกแป้ง น้ำตาลเลย แต่ต้องระวังในการกินและคิดก่อนกินทุกครั้ง เพราะอาหารบางประเภทก็ส่งผลต่อสุขภาพของเราเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเราสามารถควบคุมอาหารและฝึกให้เป็นนิสัยก็จะส่งให้สุขภาพดีต่อเราเอง และยิ้มได้อย่างสวยงาม

ดูแลสุขภาพช่องปากด้วยไหมขัดฟัน


               ไหมขัดฟันเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟันที่จำเป็นสำหรับทุกคน   เป็นเส้นใยที่ทำจากไนลอน ใช้กำจัดคราบจุลินทรีย์และเศษอาหารที่อยู่ตามซอกฟัน ส่วนใหญ่จะมีสีขาว บางชนิดเคลือบขี้ผึ้ง บางชนิดไม่เคลือบ ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด บางยี่ห้อก็มีการแต่งกลิ่นและสีเพื่อให้น่าใช้ยิ่งขึ้น   โดยเฉพาะผู้ที่ใส่ฟันปลอมชนิดติดแน่น ใส่ครอบฟันและจัดฟัน การใช้ไหมขัดฟันช่วยลดอาการเหงือกอักเสบ ลดกลิ่นปาก และทำให้ทราบเมื่อเริ่มมีฟันผุบริเวณซอกฟัน หรือวัสดุอุดฟันบริเวณนั้นชำรุดต้องแก้ไข   ในไหมขัดฟันเรียงตัวขนานกัน เวลาใช้งานเส้นใยย่อยจะถูกแผ่ออกมาเป็นแถบทำความสะอาดฟันได้ ต่างจากเส้นด้ายธรรมดาที่เส้นใยย่อยถูกถักเป็นเส้นกลมจึงหยาบและคม และไม่สามารถใช้แทนไหมขัดฟันได้
                ดังนั้น ในการทำความสะอาดฟันให้ทั่วถึงทุกด้าน ของแต่ละซี่ฟัน จึงมีความจำเป็นต้องใช้ไหมขัดฟันร่วมกับการแปรงฟันด้วย เพื่อเป็นการป้องกันโรคเหงือก และโรคฟันผุ การใช้ไหมขัดฟัน เพื่อทำความสะอาดซอกฟัน แม้จะเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก แต่ต้องใช้เวลามากพอสมควร การใช้ไหมขัดฟันในช่วงเวลาก่อนการแปรงฟัน จะได้ผลดีที่สุด

ไหมมี 2 ชนิด
1. ไนลอน (หรือมัลติฟิลาเมนท์) แบ่งได้อีกเป็นแบบเคลือบและไม่เคลือบ และมีหลายรสชาติ เนื่องจากไหมชนิดนี้จะประกอบด้วยเส้นใยไนลอนบาง ๆ หลายเส้น จึงอาจเกิดการฉีกขาด โดยเฉพาะบริเวณที่ค่อนข้างแน่น
2. PTFE (โมโนฟิลาเมนท์) ในขณะที่ไหมขัดฟันชนิด PTFE จะมีความทนทาน   ราคาแพงกว่า และสามารถเลื่อนเข้าสู่ซอกฟันได้ง่ายกว่า มีความเหนียวกว่า ถ้าใช้อย่างเหมาะสม ทั้งสองชนิดจะช่วยกำจัดคราบแบคทีเรียและเศษอาหารได้อย่างดี

วิธีการใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดฟัน
   
1.ดึงไหมขัดฟันยาวประมาณ 20 ซม ผูกเป็นวงใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับไหม หรือ พันรอบปลายนิ้วกลางทั้งสอง แล้วใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับเส้นไหมดึงไหม  ให้ตึง โดยให้ระยะห่างกัน 1.5-2 นิ้ว
2.สอดเส้นไหมขัดฟันเบาๆลงตามร่อง  เข้าระหว่างซี่ฟันและร่องเหงือก  ฟัน  เหมือนเลื่อนเพราะหากดันแรงๆอาจจะทำให้เลือดออด  เลื่อนไหมไปมาเบาๆ เข้าระหว่างซอกฟันแล้วโค้งไหมโอบรอบฟัน เพื่อทำความสะอาดโดยเคลื่อน ขึ้นลง
3.เมื่อไหมถึงเหงือกให้ดึงไหมให้โค้งตามฟัน
4.ดึงไหมขึ้นลงและทำทั้งสองด้าน  เมื่อได้ 1 ซี่แล้วก็พลิกไปอีกด้านหนึ่ง ทำไป เรื่อยๆ จนรอบทุกซี่ ทุกซอก จนครบรอบ
5.เพื่อสุขภาพที่ดีของฟันควรใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง อย่างสม่ำเสมอทุกวัน

ตัวอย่างวีดีโอวิธีการใช้ไหมขัดฟัน


ประโยชน์ของการใช้ไหมขัดฟัน


             เนื่องจากขนแปรงสีฟันนั้นไม่สามารถ เข้าทำความสะอาดในส่วนของซอกฟันได้อย่างทั่วถึง เพราะขนาดและความยืดหยุ่นไม่เหมาะสม แต่ไหมขัดฟันสามารถทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมได้ อย่างไรก็ดี ไหมขัดฟันก็ใช้ได้ดี เฉพาะส่วนของซอกฟัน ดังนั้น ในการทำความสะอาดฟันให้ทั่วถึงทุกด้าน ของแต่ละซี่ฟัน จึงมีความจำเป็นต้องใช้ไหมขัดฟัน ร่วมกับการแปรงฟันด้วย เพื่อให้การป้องกันโรคเหงือก และโรคฟันผุได้ผลดีในทุกด้านฟันไหมขัดฟัน มีประโยชน์ คือ
1. สามารถช่วยทำความสะอาดฟันที่เราไม่สามารถทำความสะอาดได้ เช่น ฟันซ้อนเก   เนื่องจากเราจะใช้แปรงสีฟันทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง ไหมขัดฟันจะช่วยได้มาก
2. ช่วยกำจัดเศษอาหารที่ติดตามซอกฟันออก  เนื่องจากสามารถขัดฟันได้ทุกซอกทุกมุม
             การวิจัยพบว่า การใช้ไหมขัดฟันด้วยจะสามารถลดอัตราการเกิดฟันผุด้านข้างได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ไหมขัดฟัน นอกจากนี้ไหมขัดฟันยังช่วยลดอาการกลิ่นปากได้ด้วย ดังนั้นจึง แนะนำให้ใช่ไหมขัดฟัน คู่กับการแปรง จึงจะเป็นวิธีที่ช่วยให้เรามีสุขภาพฟันที่ดียิ่งขึ้น

ฟันสวยยิ้มใส กับ 8 พฤติกรรมการแปรงฟันผิดวิธี


         ส่วนใหญ่แล้วการมองว่าการแปรงฟันเป็นเรื่องง่าย หลายคนจึงไม่ได้ใส่ใจเวลาแปรง เคยชินกับวิธีการแปรงแบบไหนก็ทำอย่างนั้น โดยไม่รู้ว่าวิธีที่แปรงอยู่เป็นการรักษาฟันหรือทำลายฟันกันแน่
          รู้ไหมว่าการแปรงฟันที่ไม่ถูกสุขลักษณะนั้นจะส่งผลเสียต่อฟันของคุณอย่างมหาศาล และก่อให้เกิดโรคในช่องปาก เช่น ฟันผุ โรคเหงือก ซึ่งบอกให้รู้ว่าคนเรามักจะมีพฤติกรรมการแปรงฟันผิดๆ หลายอย่าง เรามาตรวจสอบตัวเองกันหน่อยดีกว่าว่าวิธีการแปรงฟันของคุณตรงกับข้างล่างกี่ข้อ จะได้แก้ไขก่อนจะเสียฟัน

 
1. แปรงฟันเร็วเกินไป
          ทันตแพทย์ Michael Lenchner กล่าวว่า โดยทั่วไปคนจะแปรงฟันเร็วมาก แต่ความจริงแล้วไม่ว่าคุณจะรีบเพื่อออกไปทำงาน หรืออยากจะล้มตัวลงนอนมากแค่ไหน คุณก็ต้องให้ความสำคัญกับการแปรงฟันด้วย คุณหมอจึงแนะนำว่า เพื่อสุขภาพฟันที่ดี ควรจะต้องใช้เวลาแปรงประมาณ 2-3 นาที



2. ไม่มองกระจกเวลาแปรงฟัน
          การแปรงฟันต้องส่องกระจกไปด้วย ดูว่าเราแปรงตรงไหนไปแล้วบ้าง แปรงทั่วทุกซอกทุกมุมหรือยัง เพราะบริเวณขอบเหงือก หรือช่วงรอยต่อระหว่างเหงือกกับฟันจะเป็นบริเวณที่สะสมของเชื้อแบคทีเรียหลากหลายชนิดจำนวนมาก ถ้าแปรงบริเวณนี้ไม่สะอาดคุณอาจจะเป็นโรคเหงืออักเสบ หรือ โรคอื่นๆ ที่เกิดจากแบคทีเรียบริเวณนี้ได้ โดยเฉพาะบริเวณฟันกรามซี่ท้ายก็เป็นอีกบริเวณหนึ่ง ที่ต้องใส่ใจทำความสะอาด เพราะอยู่ลึกถ้าไม่พิถีพิถันในการแปรง ฟันบริเวณนี้อาจจะผุ
          ดังนั้น การใส่ใจในการแปรงฟันจะทำให้คุณสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของฟัน เช่น ฟันแตก บิ่น ร้าว หรือร่องรอยของการนอนกัดฟัน การทำเช่นนี้จะทำให้คุณสังเกตสัญญาณบางอย่างของโรคนอนกัดฟัน โรคนอนไม่หลับ เพื่อจะได้สามารถแจ้งอาการเหล่านี้ให้ทันตแพทย์ทราบได้

3. ไม่รู้วิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง
          รู้หรือไม่ว่าเนื้อฟันของเราถูกห่อหุ้มด้วยเคลือบฟัน (Enamel) ซึ่งเป็นส่วนที่แข็งที่สุดของฟัน ถ้าคุณแปรงฟันผิดวิธีตัวเคลือบฟันนี้ก็จะถูกทำลาย และส่งผลให้ฟันไม่แข็งแรง แตกง่าย ดังที่ทันตแพทย์ได้เปรียบเทียบการแปรงฟันที่ผิดวิธีว่าเหมือนกับการเลื่อยต้นไม้ เพราะถ้าเราแปรงผิดที่ก็เท่ากับว่าเรากำลังเลื่อยฟันของตัวเองอยู่ ดังนั้นเวลาแปรงฟันต้องให้ขนแปรงทำมุม 45 องศากับผิวฟัน และใช้ขนแปรงขัดฟันในทิศทางที่เป็นวงกลมค่อยๆ หมุนแปรงไปเรื่อยทีละซี่สองซี่ จนกระทั่งครบทุกซี่ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของผิวฟัน
         ดังนั้น ฟันที่ใช้เคี้ยวอาหารหรือด้านบนของฟัน สามารถแปรงแบบตรงๆ โดยใช้ขนแปรงถูไปถูมาได้ สำคัญที่สุดอย่าลืมแปรงตรงบริเวณขอบเหงือกด้วย เนื่องจากบริเวณนี้จะมีการสะสมของแบคทีเรีย และเชื้อโรคมากมาย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเหงือกอักเสบ และฟันผุ

 4. แปรงแรงเกินไป
          การที่เราแปรงฟันอย่างรุนแรงทำให้เคลือบฟัน (Enamel) ถูกทำลาย ถ้าฟันของคุณไม่แข็งแรงอยู่แล้ว และแปรงฟันเร็วจนเป็นนิสัยด้วย ก็ยิ่งทำให้ฟันของคุณสึกหรอ นอกจากนี้การแปรงฟันแรงเกินไปตรงบริเวณใกล้กับขอบเหงือกจะทำให้เหงือกร่นและเป็นโรค abraction lesions หรือโรคที่เกิดจากฟันถูกกระแทกแรง จนเกิดรอยแตกขึ้นและส่งผลให้เคลือบฟันเสียหาย หรือแม้แต่การกดน้ำหนักลงบนฟันบ่อยๆ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เคลือบฟันถูกทำลายไปถึงชั้นแคลเซียม

5. ใช้แปรงสีฟันไม่ถูกสุขลักษณะ
          แปรงสีฟันไม่ถูกสุขลักษณะ คือ แปรงที่มีขนแปรงแข็งกระด้าง เราควรใช้แปรงที่มีขนนุ่มเพื่อจะไม่ทำลายเคลือบฟัน และไม่ทำให้เหงือกเป็นแผล อย่างไรก็ตามแม้จะใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่มแล้ว แต่ถ้าแปรงผิดวิธีก็สามารถเกิดผลเสียกับฟันได้ เช่น เกิดรอยที่ฟัน นอกจากนี้คุณหมอฟันยังแนะนำให้ใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า เพราะว่าแปรงสีฟันไฟฟ้าจะช่วยให้คุณแปรงฟันได้นานตามเวลาที่คุณตั้งเอาไว้ และหัวแปรงจะหมุนเป็นวงกลม ซึ่งเป็นการแปรงฟันที่ถูกต้อง

6. ใช้ยาสีฟันไม่ถูกสุขลักษณะ
          ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของเบกกิ้งโซดามากเกินไป แม้ว่ามันจะช่วยให้ฟันดูขาวขึ้น แต่มันจะไปทำลายเคลือบฟันด้วย คุณหมอจึงแนะนำว่าให้ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่งเพราะจะไม่ทำลายเคลือบฟัน

7. ไม่ใช้ไหมขัดฟัน
          จริงๆ แล้วไหมขัดฟันเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะสามารถทำความสะอาดในบริเวณที่เราแปรงสีฟันไม่ถึงได้ เช่น บริเวณระหว่างฟันสองซี่ ถ้าคุณไม่ใช้ไหมขัดฟันจะทำให้มีแบคทีเรีย รวมถึง คราบน้ำตาลสะสมอยู่บริเวณซอกฟัน และทำให้ฟันผุได้

การใช้ไหมขัดฟัน มีดังนี้
          1. พันไหมขัดฟันไว้ที่นิ้วชี้ทั้งสองข้าง และใช้นิ้วโป้งช่วยจับไหมขัดฟันไว้
          2. ใช้ไหมขัดฟันพันรอบฟันทีละซี่ ขัดขึ้น-ลง อย่าขัดข้างหน้า ขัดหลัง และอย่าขัดแรงเพราะจะทำให้เจ็บเหงือกได้
          3. ขณะขัดฟันไม่จำเป็นต้องขัดหน้ากระจก แต่ให้ขัดไปดูทีวีไปจะได้ไม่เบื่อ

 8. ไม่บ้วนปาก
          หลังจากทานอาหาร เสร็จแล้วถ้าคุณไม่ได้บ้วนปาก จะทำให้แบคทีเรียยังคงสะสมอยู่ในปาก เพราะฉะนั้นการบ้วนปากจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก การใช้น้ำยาบ้วนปาก ก็เป็นการฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในปากด้วย แค่อมๆ แล้วบ้วนทิ้ง เป็นการช่วยให้เคลือบฟันแข็งแรงมากขึ้น หรืออย่างน้อยที่สุด คุณก็ควรบ้วนปากด้วยน้ำเปล่า ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
          หลังจากที่คุณได้อ่านและทราบพฤติกรรมการแปรงฟันที่ผิดสุขลักษณะแล้ว ลองตรวจดูวิธีการแปรงฟันของตัวเองดูนะค่ะ เพราะเรื่องที่ดูเหมือนเล็กน้อยแบบนี้ แต่ความจริงแล้วมันส่งผลเสียกับสุขภาพฟันและช่องปากอย่างมหาศาลเลยล่ะค่ะ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการแปรงฟัน แล้วคุณจะมีรอยยิ้มที่สวยงาม ไม่ต้องอายใครเลยล่ะ