แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ถอนฟัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ถอนฟัน แสดงบทความทั้งหมด

ปัญหา “ฟันซ้อนเก” จำเป็นหรือไม่ที่ต้องดัดฟันเพื่อช่วยให้ฟันเรียงตัวสวย

ปัญหา “ฟันซ้อนเก” จำเป็นหรือไม่ที่ต้องดัดฟันเพื่อช่วยให้ฟันเรียงตัวสวย

ปัญหาฟันซ้อนเก เป็นปัญหาที่หนักอกหนักใจสำหรับหลาย ๆ คนอยู่ใช่ไหมละ ซึ่งลักษณะของฟันที่ซ้อนเกของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป อาจมีทั้งลักษณะเป็นฟันซ้อนกัน ฟันยื่น ฟันเอียง  ทำให้เวลายิ้มออกมาแล้วไม่สวย เกิดความไม่มั่นใจ และยากต่อการทำความสะอาด
บ่งบอกได้เลยว่าปัญหาฟันเกนั้น ส่งผลต่าง ๆ ให้เราเยอะแยะมากมาย ปัญหาเลือดออกตามไรฟันปัญหากลิ่นปาก  การทำทันตกรรมจัดฟันสามารถแก้ไขปัญหาฟันเกได้ มาถึงตรงนี้หลายคนคงกำลังสงสัยว่าการจัดฟันช่วยปัญหาฟันเกได้อย่างไร ดังนั้นวันนี้เราจะมาอธิบายประโยชน์ของการ จัดฟัน สำหรับคนที่มีปัญหาฟันเก กันนะคะแต่ก่อนอื่นเรามาดูกันซิคะว่าฟันเกเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง

1. พันธุกรรม โดยปกติ หากพ่อแม่มีฟันเกลูกมักจะมีฟันเกด้วย ซึ่งก็ไม่เสมอไปเพียงแต่ว่าหากพ่อแม่มีประวัติฟันซ้อนเกมาก ๆ ก็อาจจะถ่ายถอดมาสู่ลูกได้ ซึ่งหลายท่านอาจจะเคยเห็นลูกที่มีโครงสร้างลักษณะฟันคล้ายพ่อแม่ เป็นต้น
2. โครงสร้างของใบหน้าไม่สมดุล มีความสัมพันธ์ระหว่างขากรรไกรบน กับขากรรไกรล่าง เช่น อาจจะมีอาการฟันล่างครอบฟันบนเป็นต้น 
3. ขนาดของฟันใหญ่เกินไปทำให้การเรียงตัวของฟันในขากรรไกรนั้นทำได้ไม่เป็นระเบียบทำให้ เกิดการซ้อนเก เพราะฟันที่ขึ้นนั้นอาจจะไม่มีพื้นที่บนเหงือกในการขึ้นทำให้มันพยายามเรียงตัวบิดไปมาเพื่อขึ้นได้ทุกซี่ ซึ่งอาจจะต้องแก้ไขโดยการจัดฟันและถอนฟันบางซี่ออกไป
4. ฟันมีขนาดเล็กเดินไปจึงทำให้เกิดฟันห่าง หรือบางครั้งฟันห่างอาจจะเกิดจากการที่ฟันขึ้นไม่ครบก็ได้
5. ฟันขึ้นสลับตำแหน่งกันบนเหงือกซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานนั้นลดลง
6. ขนาดของลิ้นใหญ่มากกว่าปกติ ทำให้ลิ้นดันฟันห่างออกไปมากกว่าปกติ
7. สภาพของกล้ามเนื้อมีแรงเกิดขึ้นขณะพูด กลืน เคี้ยว ทำให้ฟันถูกผลักดันออกไปจากตำแหน่งปกติได้
8. ฟันหน้าห่าง เนื่องจากเยื่อที่ยึดระหว่างฟันหน้าบน 2 ซี่ เกาะต่ำกว่าปกติ
9. ฟันเก อาจพบในคนที่มีความผิดปกติของช่องปาก เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่
10. สาเหตุจากสิ่งแวดล้อมเช่น อุบัติเหตุต่างๆ หรือการจัดฟันแฟชันแล้วนแต่ทำให้เกิดฟันซ้อนเกได้ทั้งนั้น
11. ฟันน้ำนมนั่นหลุดไปเร็วกว่าปกติ จะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากเนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ทราบถึงข้อเสียของการที่ฟันน้ำนมหลุดออกเร็ว 
12. ฟันน้ำนมค้างอยู่ในปากมากเกินไป และเมื่อฟันแท้ขึ้นมาจึงทำให้ฟันแท้เกิดซ้อน เมื่อฟันน้ำนมหลุดไปจึงทำให้ฟันนั้นมีลักษณะที่เก
13. ฟันเกที่เกิดจากสุขนิสัยบางอย่างเป็นระยะเวลานานเกินไป เช่น การดูดนิ้ว การกลืนที่ผิดปกติ
การรักษาอาการฟันเกด้วยการทำทันตกรรมจัดฟันควรทำในช่วงอายุ 9-14 ปี เพราะเป็นระยะที่เหมาะสม เนื่องจากกำลังอยู่ในระหว่างการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกร การจัดฟันนั้นจะสามารถจัดฟันได้เร็วและฟันจะเข้าที่ ๆ ต้องการได้ง่ายกว่าที่จะจัดหลังจากกระดูกขากรรไกรและฟันเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

ส่วนการป้องกัน การป้องกันจากสาเหตุทางกรรมพันธุ์นั้นป้องกันไม่ได้ แต่ฟันเกที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมจะป้องกันได้ผู้ปกครองมีส่วนช่วยได้อย่างมาก โดยช่วยดูแลสุขภาพของฟันเด็ก อย่าให้ฟันถูกถอนไปก่อนกำหนดและควรสนใจหาความรู้ในการป้องกันโรคฟัน หากคุณกำลังเป็นคนที่มีปัญหาฟันเกและคิดว่าปัญหาฟันเกจะทำให้คุณหมดความมั่นใจ ผมขอแนะนำว่าการจัดฟันเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่คุณควรมองหาเลยนะ เพราะว่าการรักษานั้นจะช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้ในระยะยาว ถึงแม้ค่าใช้จ่ายจะดูสูงไปนิดหน่อยแต่รับรองได้เลยว่าผลประโยชน์ที่ได้จากการจัดฟันเพียงครั้งเดียวจะคุ้มค่าแก่เงินทุกบาทที่คุณเสียไปในค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน

หลังการทำฟันหรือผ่าฟันคุด...ควรทำตัวอย่างไร ??


1. ให้ผู้ป่วยถอนฟันหรือผ่าฟันคุดกัดผ้าก็อตไว้ให้แน่นเพื่อห้ามเลือดประมาณ 1-2 ชม. กัดให้แน่นจนกว่าเลือดหยุดไหล
2. ห้ามรบกวนบริเวณแผลที่ถอนฟันหรือผ่าฟันคุดเด็ดขาด ควรปล่อยให้แผลอยู่นิ่งๆ ห้ามใช้ลิ้นหรือสิ่งอื่นใดแตะหรือดุนแผลเล่น
3. ห้ามบ้วนน้ำ น้ำลาย หรือเลือด ให้กลืนน้ำลายลงคอได้เลย เนื่องจากการบ้วนอาจทำให้แผลที่ถอนฟันหรือผ่านฟันคุดมาถูกรบกวนได้ และอาจจะทำให้เลือดไหลไม่หยุดด้วย
4. ให้ผู้ป่วยที่ทำฟันมาใช้น้ำแข็งห่อผ้าประคบข้างแก้มไว้ เพื่อให้เลือดหยุดไหลเร็วขึ้น
5. ในวันแรกผู้ป่วยที่ทำฟันมาควรทานยาแก้ปวดทุกๆ 4-6 ชั่วโมง เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกิดขึ้นหลังฤทธิ์ยาชาหมด
6. ในวันแรกผู้ที่เพิ่งทำฟันมาควรทานอาหารอ่อนหรืออาหารที่มีลักษณะเหลว เพื่อป้องกันเศษอาหารเข้าไปติดบริเวณแผล กลางคืนควรนอนหนุนหมอนสูงเพื่อช่วยลดการบวมบริเวณที่ผ่าตัด
7. ให้แปรงฟันได้ตามปกติ แต่ระวังอย่ากระแทกโดนบริเวณแผลที่ทำฟันมา ซึ่งห้ามบ้วนน้ำแรงๆ งดใช้น้ำยาบ้วนปากในช่วง 1-2 วันแรก เพราะจะทำให้แผลที่ทำฟันมาหายช้าขึ้นไปอีก
8. ในวันที่ 3 หลังการถอนฟันหรือการผ่าฟันคุด ให้อมน้ำเกลือไว้สักพัก  โดยให้ผสมเกลือ 1 ช้อนชากับน้ำอุ่น 1 แก้ว และควรบ้วนปากบ่อยๆประมาณ 3-5 ครั้งต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้แผลที่ทำฟันมาหายเร็วขึ้น 
9. กรณีผ่าฟันคุดหรือถอนฟันซี่ยาก จะได้รับยาปฏิชีวนะสำหรับป้องกันการติดเชื้อ ผู้ป่วยจะต้องทานตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด ให้ทานยาต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน การทานยาไม่ต่อเนื่องอาจทำให้เกิดการติดเชื้อภายหลังการผ่าตัดได้
10. การบวมช้ำหรือมีจ้ำเขียว เป็นอาการตอบสนองตามปกติของร่างกาย ให้ประคบอุ่นๆเพื่อช่วยลดการบวม
11. งดสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงงดการออกกำลังกายหนักๆ
12. หากมีการปวด หรือบวมมากผิดปกติ ควรรีบติดต่อทันตแพทย์ทันที