แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปวดฟัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปวดฟัน แสดงบทความทั้งหมด

สมุนไพรบรรเทาอาการปวดฟัน


คุณคงเป็นอีกหนึ่งคนที่ยอมแพ้ให้อาการปวดฟัน ซึ่งหลายต่อหลายคนคงลงความเห็นว่าเป็นที่สุดของความทรมานเลยใช่ไหม
          เนื่องจากจะมีอาการปวดแปลบๆ ปวดตุบๆ หรือปวดรุนแรงค่อยๆ กวนใจอยู่ตลอดเวลา ทำเช่นใดก็ยอมไม่หายสักที กินยาแก้ปวดก็แล้ว ทายาก็แล้ว โดยเฉพาะหลังจากการเคี้ยวอาหารมื้ออร่อยหรือขนมขบเคี้ยวไปแล้วราวๆ 20 นาที จนต้องรีบไปหาหมอฟัน เปลืองทั้งเงินเจ็บทั้งตัว
          ถ้าหากคุณเบื่อการกินยาแก้ปวด และไม่ต้องการไปหาหมอฟันแล้ว เรามีวิธีให้คุณเป็นหมอรักษาตัวเองด้วยวิธีไม่ยากนัก

สิ่งใดทำให้คุณปวดฟัน
          อาการปวดฟัน (toothache) ส่วนใหญ่มีผลมาจากสาเหตุฟันผุ ซึ่ง ในระยะแรกๆ จะมีลักษณะเสียวฟัน ก่อนที่อาการปวดจะรุกลามไปที่บริเวณใต้คางและศีรษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกินของเย็น ของร้อน หรือของหวาน เนื่องจากจะเป็นการกระตุ้นให้แบคทีเรียที่อยู่ในช่องปาก ปล่อยกรดออกมาทำลายเคลือบฟัน และชอนไชเข้าไปจนถึงเนื้อเยื่อส่วนที่นิ่มที่สุดภายในฟัน ซึ่งมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก บวกกับในโพรงประสาทฟันมีเนื้อที่จำกัด จึงทำให้เกิดการอักเสบและบวม
          เมื่อเกิดอาการปูดจะทำให้เส้นประสาทถูกกด รวมทั้งเกิดการปิดกั้นช่องทางเปิดปลายรากฟัน ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก จึงไม่สามารถนำออกซิเจนมาเลี้ยงฟันได้ จนทำให้เกิดอาการปวดฟันที่รุนแรง
          ในที่สุดเนื้อฟันก็จะตาย ครั้นถึงตอนนั้นอาการปวดจะหายไป อย่างไรก็ดี ถ้าหากเป็นหนองที่ปลายรากฟันอาการปวดอาจจะกลับมาอีก แต่ลักษณะการปวดจะเป็นแบบตื้อ ๆ และสามารถระบุตำแหน่งได้ชัดเจนขึ้น
          นอกจากนี้อาการปวดฟันอาจเกิดจากอุปกรณ์ที่อในการอุดฟันหลุดไป ฟันร้าวหรือแตกจนถึงชั้นเนื้อฟันและโพรงประสาทฟัน การนอนกัดฟัน (bruxism) ปวดเนื่องจากมีฟันคุดและเหงือกอักเสบ (gingivitis) ซึ่งจะทำให้เหงือกร่นและรากฟันบางส่วนโผล่ขึ้นมาส่งผลให้เกิดอาการเสียวฟัน และปวดฟันได้ แต่บางคนที่มีสุขภาพฟันดีก็อาจมีความไวมากเป็นพิเศษต่อของร้อนหรือของเย็นได้

วิธีลดอาการปวดฟัน
ถ้าคุณอยากหายทรมานจากอาการปวดฟันแล้วละก็ ลองปฏิบัติตามคำแนะนำง่าย ๆ ต่อไปนี้ดูสิคะ
  1. เมื่อมีอาการปวดฟัน ให้ประคบด้านข้างของใบหน้าซีกที่ปวดฟันด้วยน้ำอุ่น
  2. ในกรณีที่อาการปวดฟันมีลักษณะปวดตุบ ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ ให้ประคบที่ด้านข้างของใบหน้าด้วยน้ำแข็งประมาณ 5-10 นาที ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง ความเย็นจะช่วยลดปวดและลดบวม
  3. ถ้ามีอาการเสียวฟันง่าย ให้ใช้โซดาไฟหรือแปรงฟันด้วยยาสีฟันสูตรสำหรับแก้เสียวฟัน
  4. เมื่อต้องอยู่ในที่ที่อากาศเย็นหรือในช่วงฤดูหนาว สามารถป้องกันอาการเสียวฟัน หรืออาการปวดฟันจากอากาศเย็นได้โดยปิดปากด้วยผ้าพันคอ
  5. เลี่ยงอาหารที่ร้อนจัด เย็นจัด และหวานจัด โดยเฉพาะชา กาแฟ และไอศกรีม เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้มีอาการงดอาหารที่แข็งจนต้องใช้วิธีกัดกิน เช่น แครอท แอปเปิ้ล ฝรั่งที่ยังไม่สุก เพราะการขบกัดฟันแรง ๆ กับวัตถุแข็ง ๆ จะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดฟัน และในกรณีที่อุดฟันควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่ง เพราะจะทำให้สารที่อุดฟันไว้หลุดออกมาง่ายขึ้น

นวดกดจุดลดอาการปวด
          หลายคนคงคุ้นเคยกับการนวดตรงจุดตามร่างกาย ทั้งฝ่าเท้า ฝ่ามือ และศีรษะดีแล้วใช่ไหม คราวนี้เราลองมานวดกดจุดเพื่อบรรเทาอาการปวดฟันกันดีกว่า
  1. นวดคลึงเบา ๆ ที่แก้มเหนือบริเวณฟันที่ปวด จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ชั่วคราว
  2. ใช้น้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ กดและถูบริเวณง่ามมือ ระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ หรือใช้มืออีกข้างนวดบริเวณเดียวกันนี้ จะช่วยลดอาการปวดฟันได้ชั่วคราว
  3. สำหรับคนที่ปวดบริเวณกรามล่าง ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดบริเวณกระดูกขากรรไกรที่รองรับฟันล่าง ส่วนคนที่ปวดบริเวณกรามบนให้วางนิ้วหัวแม่มือ ตรงบริเวณส่วนกลางของหู แล้วลากนิ้วไปทางด้านหน้า จนกระทั่งถึงรอยบุ๋มใต้กระดูกประมาณหนึ่งนิ้วบริเวณหน้าใบหู จากนั้นกดแรง ๆ ประมาณ 10 นาที

สมุนไพรบรรเทาปวด
     บางคนพึ่งยาสารพัดชนิด ทั้งกินทั้งทา แต่พอหมดฤทธิ์ยาแล้ว อาการปวดฟันก็กลับมาสำแดงเดชอีกครั้ง ลองมาสอบอาการปวดด้วยฤทธิ์ยาทางธรรมชาติของสมุนไพรเหล่านี้ดีกว่าค่ะ

ว่านหางจระเข้

      มีสรรพคุณในการทำลายเชื้อโรคและสลายพิษ (neutralization) ของเชื้อโรค โดยหั่นว่านหางจระเข้เป็นชิ้น ๆ ความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ล้างยางออกให้หมด เหน็บไว้ที่ซอกฟัน ใช้ฟันขบให้อยู่บริเวณที่ปวดหรือใช้ไม้พันสำลีจุ่มน้ำวุ้นว่านหางจระเข้ ป้ายตรงบริเวณที่ปวด จะช่วยบรรเทาอาการได้ชั่วคราว




น้ำมันละหุ่ง

      ทาน้ำมันละหุ่งบริเวณแก้มข้างที่ปวดฟัน และใช้พลาสเตอร์ยาปิดไว้ แล้วใช้ผ้าขนหนูอุ่น ๆ หรือแผ่นประคบบริเวณที่มีอาการปวด จากนั้น นอนพักอย่างน้อย 20 นาที น้ำมันละหุ่งมีสรรพคุณในการระงับปวดได้ดี โดยจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่ไปคั่งอยู่กับเชื้อจุลินทรีย์ในกรณี ที่เกิดการติดเชื้อหรือกับสารที่ทำให้เกิดอาการปวด เช่นไซโทไคเนส (cytokines) ในกรณีที่ปวดรากฟัน



น้ำมันกานพลู
     มีสรรพคุณในการรักษาอาการปวดฟันได้ ดีที่สุดชนิดหนึ่ง บางครั้งหมอฟันจะใช้น้ำมันกานพลูแทนยาที่มีฤทธิ์แรงกว่า เช่น Novocain โดยทาน้ำมันกานพลูบริเวณที่ปวดในช่องปากได้โดยตรง (หากน้ำมันกานพลูเข้มข้นเกินไปอาจทำให้เจือจางด้วยการผสมน้ำมันมะกอก) นอกจากนี้อาจใช้วิธีอมกานพลูทั้งชิ้นไว้ในปากบริเวณที่ปวดก็ได้ จะทำให้รู้สึกชาอย่างรวดเร็ว และอยู่นานกว่า 90 นาที หรือนำดอกกานพลูมาทุบแช่น้ำเหล้าขาว แล้วชุบสำลีอุดฟันซี่ที่ปวด



น้ำมันกระเทียม 
       ใช้สำลีจุ่มน้ำมันกระเทียมทาตรงที่ปวดฟัน จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้เหมือนกัน

         


ดาวเรือง
       ใช้ดอกแห้งประมาณ 7-8 ดอก ต้มกับน้ำสะอาดในปริมาณที่พอเหมาะ ดื่มเป็นน้ำสมุนไพรทั้งวันเพื่อแก้อาการปวดฟัน







ผักบุ้งนา 
      นำรากสดของผักบุ้งนาราว 10 กรัม ตำให้แหลกแล้วคั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำส้มสายชู อมไว้ประมาณ 5 นาที แล้วบ้วนออกด้วยน้ำสะอาด

 



มะระ
       นำรากมะระสดมาตำพอละเอียด แล้วพอกฟันซี่ที่ปวด โดยใช้ลิ้นกดไว้สักครู่ใหญ่


 

กุยช่าย 
        ในเหตุที่ปวดฟันเพราะแมงกินฟัน ให้นำเมล็ดกุยช่ายมาคั่วให้เกรียมดำ จากนั้นนำมาบดให้ละเอียดละลายน้ำมันยางแล้วชุบสำลี ยัดในฟันที่เป็นรูโพรง ทิ้งไว้หนึ่งคืน จะสามารถฆ่าตัวแมงที่กินฟันได้

          ถ้าตัวคุณไม่ต้องการไปหาหมอ คุณก็ต้องตัดหน้าเป็นหมอของตัวเอง ก่อนที่อาการปวดจะลุกลามเกินเยียวยาจนถึงขั้นต้องถอนฟันทิ้งนะคะ

Tip
           1.เมื่อใช้ยาสมุนไพรจนอาการปวดฟันบรรเทาแล้ว ควรไปพบทันตแพทย์
           2.ไม่ควรใช้ยาแอสไพรินบดอุดบริเวณฟันที่ปวด เพราะจะทำให้เกิดแผลไหม้ที่เหงือก และเป็นอันตรายต่อเคลือบฟันได้

           3.ถ้ามีอาการปวดบวมเมื่อเคี้ยวอาหาร หรือเหงือกแดงผิดปกติ มีเลือดออก แสดงว่าติดเชื้อ หรือถ้าปวดฟันและมีไข้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

การดูแลรักษาฟันเด็ก

      การเอาใจใส่ในการดูแลรักษาสุขภาพฟันของเด็ก ควรจะเริ่มดูแลตั้งแต่แรกเกิดไม่จำเป็นต้องรอให้ฟันน้ำนมซี่แรกจะงอก พ่อแม่จึงมีหน้าที่ในการดูแลเอาใจใส่ พ่อแม่จึงมีภาระที่ต้องช่วยดูแลสุขภาพปากและฟันของบุตรหลานของตน ดังนั้นควรพาบุตรของท่านไปพบทันตแพทย์ครั้งแรกเมื่อบุตรมีอายุระหว่าง 2-3 ขวบ การไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอจะทำให้การรักษาทำความสะอาดภายในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะทำให้เด็กมีสุขภาพฟันที่แข็งแรง และจะมีรอยยิ้มที่สวยใสตลอดไป

  

ฟันน้ำนมขึ้น และฟันแท้ขึ้นมาแทนที่
โดยทั่วไปฟันน้ำนมซี่แรก จะขึ้นเมื่ออายุได้ราว 6-8 เดือน  และก็จะเพิ่มขึ้นไปที่ละซี่สองซี่และจะค่อยทยอยขึ้นจนครบ 20 ซี่เมื่ออายุประมาณ 2 ขวบครึ่ง เมื่อฟันขึ้นเด็กอาจจะมีอาการเจ็บปวดฟันบริเวณเหงือก และมีน้ำลายไหลเกือบตลอดเวลาเมื่อขณะฟันขึ้น หากเด็กตัวร้อนนานหลายๆ วัน มิใช่สาเหตุของการขึ้นของฟัน น้ำนมยังช่วยกระตุ้นให้การเจริญของขากรรไกร ของโครงหน้าเป็นไปอย่างปกติ ช่วยกันที่ไว้ให้ฟันถาวร ที่จะขึ้นในตำแหน่งนั้นขึ้นได้ อย่างปกติ และถูกต้องฟัน
ฟันแท้เริ่มงอกขึ้นมาแทนที่ตั้งแต่อายุ 6 ถึง 12 ขวบ ฟันแท้ซีกแรกจะขึ้นตอนอายุ 6 ขวบได้แก่ ฟันกรามอายุหกขวบซี่ที่ 1 ล่าง ถ้าดูจากภายในช่องปากจะอยู่หลังจากฟันกรามน้ำนมซี่สุดท้ายของปาก ฟันหน้า เขี้ยว และฟันกรามหน้า จะขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนม และสุดท้ายได้แก่ฟันกรามอายุสิบสอง ซึ่งจะงอกด้านหลังฟันกรามอายุหกขวบ 



โภชนาการ
น้ำนมของแม่เป็นอาหารธรรมชาติ ที่ดีที่สุดสำหรับเลี้ยงทารก ในน้ำนมมารดานั้นมีสารอาหารที่ร่างกายของเด็กต้องการอยู่ครบถ้วน และช่วยในการพัฒนาการของเด็กในระยะหกเดือนแรก ควรให้เด็กดื่มนมมารดา และ/หรือนมที่ผลิตเป็นพิเศษสำหรับทารก นานเป็นเวลาหนึ่งปีหรือนานกว่านั้น เมื่อฟันน้ำนมเริ่มขึ้น ควรลดการให้นมในตอนกลางคืน หากเด็กตื่นขึ้นในเวลากลางคืนและกระหาย ก็ควรให้น้ำสะอาดดื่มแทนนม
การให้เด็กดื่มน้ำผลไม้จากขวดนม เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง และ ห้าม ให้เด็กดื่มน้ำผลไม้ทุกชนิดในตอนกลางคืน

น้ำสะอาดเป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุด
การดูแล
เด็กมีอายุระหว่างสองถึงสามขวบ เมื่อไปพบทันตแพทย์ครั้งแรกนั้น ทันตแพทย์จะพุดคุยกับเด็กก่อน เพื่อสร้างความสนิทสนมเพื่อให้เด็กเกิดความคุ้นเคยและไม่กลัวตลอดจนอาหารที่ควรรับประทานและการใช้ฟลูออไรด์ควรพาไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
การเจ็บปวดที่ฟัน
เป็นสิ่งปรกติสำหรับเด็ก ที่จะมีการเจ็บปวดที่ฟันโดยเฉพาะเด็กที่ “เริ่มหัดเดิน” มีแผลเลือดออกภายในบริเวณเยื่อบุผนังช่องปากแผลเหล่านี้จะหายเร็วและไม่ทิ้งล่องรอยปรากฏให้เห็น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเสมอสำหรับเด็กที่เริ่มหัดเดิน หากมีอาการเจ็บปวดภายในช่องปากควรรีบไปหาทันตแพทย์ และคอยติดตามตรวจดูหลังจาก 2-3 ชั่วโมง

การป้องกันรักษาฟันเด็ก

การรักษาความสะอาดภายในช่องปาก
ควรแปรงฟันวันละสองครั้ง โดยใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์อย่างพอเหมาะ ประมาณ 0.1%F- ควรแปรงฟันทันทีเมื่อฟันน้ำนมซี่แรกงอกขึ้นมา ก่อนแปรงควรนวดเหงือกด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำและต้องคำนึงไว้เสมอว่า ปริมาณของสารฟลูออไรด์ที่ผสมอยู่ในยาสีฟันของเด็ก แต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันไป และไม่ควรปล่อยให้เด็กแปรงฟันโดยลำพัง จนกว่าเด็กอายุสิบขวบควรหัดให้เด็กแปรงฟันจนเป็นนิสัย
ฟลูออไรด์ ว่ากันว่าฟลูออไรด์เป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์ต่อฟัน แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธีในปริมาณที่เหมาะสม เพราะสารฟลูออไรด์นั้นมีความสำคัญต่อช่องปาก และเสริมสร้างสุขภาพฟันที่ดีนอกจากนั้น ยังช่วยป้องกันโรคฟันผุได้ โดยสารฟลูออไรด์จะเข้าไปรวมตัวกับแคลเซียม ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของฟันในปัจจุบันนี้ไม่แนะนำให้ใช้ ฟลูออไรด์ชนิดรับประทานเพื่อป้องกันฟันผุ แต่ยังมีเด็กบางกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องใช้ฟลูออไรด์ชนิดรับประทานอยู่ เพราะการแปรงฟันวันละสองครั้ง ยังไม่ได้รับสารฟลูออไรด์ในปริมาณที่เพียงพอในการใช้ฟลูออไรด์ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนเริ่มใช้ และปฏิบัติตามวิธีการใช้อย่างเคร่งครัด และฟลูออไรด์นั้นมีประโยชน์สำหรับบุคคลทุกวัย